บินเดี่ยวไปกับสายลม 2.5 ( เพียบแปล้ ตะลุยดอย )
posted on 15 Jun 2010 19:56 by dhamweb in charityหายหน้าหายตาไปจากวงการบล็อกเป็นเวลากว่า ๑ เดือน เรียกว่าเป็นช่วงดองบล็อกมาราธอนที่สุดเท่าที่เคย เหตุเป็นเพราะ ๑ ไปต่างจังหวัด ๒ ย้ายกุฏิใหม่พึ่งติดตั้งอินเทอร์เน็ต ๓ ระบบโทรศัพท์ที่วัดขัดข้อง เลยออนไลน์ได้เฉพาะผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น งานการด้านออนไลน์เลยแทบไม่ได้แตะเลยทีเดียว
เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานอกจากไป หมู่บ้านสบลาน แล้ว ยังมีโอกาสเดินทางไปแม่ฮ่องสอนด้วย คือได้รับนิมนต์จากสถาบันอาศรมศิลป์ให้ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับปกาเกอะญอ ในการลงพื้นที่ศึกษาวิชาสุนทรียะ และวิชาถอดรหัส ที่บ้านแม่กองคา อ.สบเมย
แต่ว่าเรื่องราวระหว่างเชียงใหม่ ถึงแม่กองคานั้น มีอะไรน่าจดจำและนำมาเขียนไว้ในบล็อกนี้ด้วย คือหลังจากที่ร่วมประชุมตั้งโรงเรียนที่สบลานเสร็จได้เดินทางไปแม่ฮ่องสอนก่อนที่คณะจากอาศรมศิลป์จะมาถึง ใจคิดอยู่อย่างเดียวว่า อยากไปเยี่ยมหลวงพี่เอที่บ้านโตแฮ เพราะหลวงพี่เอท่านรับไปจำพรรษายังโตแฮ ที่ได้สร้างที่พักสงฆ์ไว้เมื่อคราว "บินเดี่ยวไปกับสายลม 1.0" แต่โดยไม่คาดคิด หลวงพี่เชอร์รี่ที่แยกย้ายกันไปหลังจาก "บินเดี่ยวไปกับสายลม 2.0" เมื่อต้นปี ท่านกำลังตระเวนดอยอยู่ทางแม่ฮ่องสอนพอดี
ไปแม่ฮ่องสอนคราวนี้ก็เช่นเคย ได้อาศัยวัดจอมทองหนึ่งในพระธาตุสี่จอมแห่งแม่สะเรียงเป็นที่พักและเตรียมตัวตะลุยดอย โดยได้รับความอนุเคราะห์อย่างดีจากครูบาอินสม เจ้าคณะอำเภอสบเมย เจ้าอาวาสวัดจอมทอง และโดยเฉพาะหลวงลุงสุพล เลขาของครูบา ได้เตรียมการต้อนรับอย่างดียิ่ง ต้องกราบขอบพระคุณทั้งสองท่านด้วยความเคารพยิ่ง
พักรอหลวงพี่รี่คืนหรือ ๒ คืนไม่แน่ใจแล้ว หลวงพี่รี่ พร้อมด้วยพระอาจารย์ตือ ท่านก็ลงดอยมาด้วยรถที่สภาพไม่น่าจะรอดลงดอยมาได้ มาสด้าแฟมีเลียเก่าๆ โทรมๆ ที่ต่อมาได้ฉายาว่าเจ้า "เพียบแปล้ ตะลุยดอย"
หลังจากเปิดโอาสให้ท่านรี่ได้พักทั้งพระ พักทั้งรถ พร้อมทั้งเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อไปตะลุยดอยกันต่อ วันที่ ๙ พฤษภาคม ฤกษ์สะดวก ยามสบาย พวกเรา หมายถึงหลวงพี่รี่ พระอาจารย์ตือ และมหาโอ๊ท ก็พากันขนอุปกรณ์ขึ้นรถอีกครั้ง ของที่ขนไปนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถขนขึ้นไปยัดทะนานอยู่บนรถคันเล็กๆ ได้หมด ทั้งน้ำแข็งร่วมร้อยกิโล ถังแก็สหุงต้มขนาด ๑๕ กิโล ๒ ถัง ขนมปังหั่นแล้วจำนวนมาก น้ำแดงอย่างดีอีกเป็นลัง ชาโบราณ นมข้นหวาน นมจืด ปลาทูเค็มหลายลัง กุนเชียงอีกหลายกิโล ต้นไม้ต้นไร่ และอะไรๆ อีกก็ไม่ทราบ มันลานตาไปหมด ขนกันจนเพียบแปล้ ซึ่งก็เป็นที่มาของฉายาของรถคันเก่งคันนี้นี่เอง
พระอาจารย์ตือถึงกับต้องปีนไปผูกของบนหลังคา สังเกตหลังคาแอ่นน่ากลัวทีเดียว
ด้านในก็เต็มเอียด ตรงที่ว่างนั้นเว้นไว้ให้พระอาจารย์ตือนั่งตามความประสงค์ของท่าน
อาวุธหลัก ขนมปังหั่น เต็มรถ
รถพร้อม กายพร้อม ใจพร้อม บินเดี่ยวจึงได้เดินทางไปกับสายลมอีกครั้ง ภารกิจครั้งนี้คือ ไปส่งพระอาจารย์ตือที่จะไปจำพรรษาที่บ้านทิฮือลือ ไปเยี่ยมหลวงพี่เอที่บ้านโตแฮ แวะเยี่ยมเยียนพระธรรมจาริกตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ผ่านพร้อมกับนำของอร่อยๆ หายากมากๆ บนดอย คือ "ขนมปังน้ำแดง" และ "ชาเย็นใส่นม" ไปเลี้ยงเด็กๆ พร้อมด้วยนำเอกสารสิทธิ์ของวัดบ้านซีวาเดอไปส่งให้พ่อหลวง หรือผู้ใหญ่บ้าน
"ขนมปังน้ำแดง" และ "ชาเย็นใส่นม" พวกเราๆ ที่อยู่กันในเมืองคงคิดว่าธรรมด๊า ธรรมดา แต่บนดอยไม่ใช่ธรรมดาเลยครับ เชื่อหรือไม่บางคนไม่เคยทานเลยตลอดชั่วชีวิต ก็จะมีใครบ้าเลือดขนาดพวกเราที่ลงทุนขนน้ำแข็งขึ้นไปบนดอยสูงเสียดฟ้า ไกลลิบเกือบหลุดเขตประเทศไทย งานนี้ต้องให้เครดิตหลวงพี่รี่ที่คิดเมนูได้เลิศจริงๆ ขอคารวะด้วยชาเย็น ๑ จอก
เราออกเดินทางกันบ่ายแก่ๆ มุ่งหน้าไปทาง อ.สบเมย แล้วไปเลี้ยวแยกเข้าทางไหนก็สุดจะจำชื่อได้ แถวๆ นี้ ชื่อจำยากครับ เป็นภาษาปกาเกอะญอซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่นานเราก็ล่วงมาถึงจุดเริ่มต้นของความโหด มัน ฮา ที่น้ำตกห้วยแม่แสด ซึ่งเมื่อมาถึงที่นี่ เจ้าเพียบแปล้ที่เคยสีสันสดใส ก็มีคราบไคลเกาะเต็มตัวซะแล้ว
พ้นจากจุดนี้ไป เป็นทางชัน และฝุ่นหนาเตอะ แค่เนินแรกเราก็ได้ลองรถกันแล้ว ลองครั้งแรกปรากฏว่าไม่ผ่านครับ แถมข้าพเจ้ายังถูกอัปเปหิลงจากรถด้วยเหตุผลที่ว่า "ต้องลดน้ำหนักบรรทุก" แล้วออกแรงเดินขึ้นเนินไปล่วงหน้าเป็นครั้งแรก ซึ่งยังมีอีกมากมายหลายครั้งตามมา งานนี้แทบจะเดินมากกว่านั่งรถด้วยกระมัง
เดินขึ้นไปก่อนได้โอกาสก็เตรียมกล้องกะจะเก็บภาพตอนเจ้าเพียบแปล้พ้นเนินขึ้นมา ถ่ายไปหลายคลิป ตามที่มีเสียงรถขึ้นเนินมา แต่ที่ไหนได้เป็นรถคนอื่นๆ ทั้งนั้น กว่าเจ้าเพียบแปล้จะขึ้นมาได้ก็มีรถคันอื่นที่ส่วนมากเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแซงมาหลายต่อหลายคัน ในที่สุดเจ้าเพียบแปล้ก็พาทีมงานฝุ่นตลบขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย
เดินบ้าง นั่งรถบ้าง เราผ่านเนินแล้ว เนินเล่า หมู่บ้านแล้ว หมู่บ้านเล่า เจ้าเพียบแปล้ก็มีอาการงอน ประท้วงเล็กๆ น้อย จนมาถึงบ้านเซอะเมอะหลวง มหาโอ๊ทที่เดินขึ้นเนินล่วงหน้ามาก่อนถึงกับต้องเดินย้อนลงไปดูว่าทำไมเจ้าเพียบแปล้ถึงยังไม่ขึ้นมาที จนที่สุดคณะเราทั้ง ๓ ถึงกับต้องเดินเท้ากันทั้งหมด แล้วขอแรงชาวบ้านที่ชำนาญกว่าให้ขับพาเจ้าเพียบแปล้ขึ้นเนินไปจนได้
จากเซอะเมอะหลวง เราไปเจอหนักๆ กันอีกทีที่บ้านน้ำออกฮู ( แต่ข้าพเจ้ายินดีเรียกว่า ลมออกหู ) แค่ต้นเนินเชิงดอยขึ้นหมู่บ้าน ข้าพเจ้าก็ต้องอัปเปหิตัวเองลงมาเดินเท้าอีกครั้ง ทีแรกคิดว่าคงเนินสั้นๆ เหมือนทุกๆ เนินที่ผ่านมา แต่ที่ไหนได้นี่มันดอยชัดๆ ไม่ใช่เนิน
เกือบครึ่งชั่วโมงข้าพเจ้าก็ขึ้นมานั่งลมออกหูอยู่ที่หมู่บ้านน้ำออกฮูเป็นที่เรียบร้อย ชาวบ้านน่ารักมากครับ กุลีกุจอหาน้ำหาท่ามาให้ข้าพเจ้าและพระอาจารย์ตือที่เดินมาทีหลัง แต่ชาวบ้านผ่านมารับขึ้นมอเตอร์ไซค์มารออยู่ก่อนแล้ว
เจ้าเพียบแปล้ ขึ้นมาได้ด้วยอาการไม่ครบ ๓๒ อาศัยได้ชาวบ้านที่มีความรู้ทางช่างช่วยกันดู ปรากฏว่าสายหัวเทียนร้อนจัด เสียไป ๒ เส้น รถเลยไม่ค่อยมีแรง ดีว่าท่านรี่มีอะไหล่สำรองไปด้วย ก็ของเก่าที่พึ่งเปลี่ยนออกก่อนขึ้นดอยมานั้นเอง แถมด้วยอาการสตาร์ทไม่ติด ต้องใช้วิธีเข็น หรือไม่ก็ไหลกระตุก
พระอาทิตย์ตกที่น้ำออกฮูพอดี
ชาวบ้านใจดี ช่วยดูแลเจ้าเพียบแปล้ ตะลุยดอย
สายหัวเทียนละลาย ตัวการสำคัญที่ทำให้เพียบแปล้หมดเรี่ยวแรง
ในที่สุดเจ้าเพียบแปล้ ตะลุยดอย ก็พาพวกเรามาจนถึงสำนักป่าบ้านทิฮือลือจนได้เมื่อเวลาราวๆ ๒-๓ ทุ่ม คุยกับชาวบ้านสักพัก สรงน้ำสรงท่าพอให้สบายตัว ไม่นานก็จำวัด หลับเป็นตายขนาดที่ว่าหัวถึงหมอนปุ๊ป นาฬิกาปลุกดังปั๊ป ช่วงที่หลับนั้นเหมือนกับหายไปจากชีวิตทีเดียว
การเดินทางตามแบบฉบับ "บินเดี่ยวไปกับสายลม" ครั้งนี้ยังไม่จบ เจ้าเพียบแปล้ ตะลุยดอย จะพาเราพิชิตภารกิจทั้งหมดได้หรือไม่ มหาโอ๊ทจะต้องลงเดินขึ้นเนินอีกกี่ครั้ง ขนมปังน้ำแดงจะพบกับเด็กๆ เมื่อไร โปรดติดตามตอนต่อไป
บุญรักษาครับ











เอาน้ำอัดลม และก็พวกน้ำแข็งใส่ ขนมปังน้ำแดงอย่างที่หลวงพี่นำไปแจกเด็กๆ
เด็กๆ ตื่นเต้นกันใหญ่ บางคนผสมน้ำอัดลมทุกชนิดรวมกันแล้วดื่ม บางคนได้น้ำแข็งใสแล้ววิ่งกลับบ้าน สักพักก้วิ่งกลับมาขอใหม่ ถามน้องว่าไปไหนมา น้องบอกว่า เอาไปให้แม่กิน เพราะแม่ไม่เคยกิน
หนูยิ้มไป น้ำตาไหลไป...อิ่มใจจริงๆ ค่ะ
#1 By TaNYa ~ PoNd on 2010-06-16 09:19